เมื่อหลงทางในอาคาร เรามักโทษตัวเองก่อน เราคิดว่าเดินเร็วไป อ่านไม่ครบ หรือควรจำได้ ทั้งที่บางครั้งอาคารเพียงไม่เคยบอกอะไรเราอย่างจริงจัง นอกจากวางป้ายหนึ่งแผ่นในจุดที่เห็นได้หลังจากเดินเลยไปแล้ว

ในคลินิก การหาทางไม่ควรเป็นแบบทดสอบความสามารถของผู้ใช้ เพราะคนที่เข้ามาอาจกังวล รีบ หรือกำลังดูแลคนอื่นอยู่ ระบบนำทาง จึงต้องเกิดจากผัง มุมมอง แสง และตำแหน่งจุดบริการร่วมกัน ไม่ใช่ฝากความหวังทั้งหมดไว้กับตัวหนังสือบนผนัง

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบของโครงการ PF806 มุมที่ 5

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบ — ไม่ใช่ภาพงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบของโครงการ PF806 มุมที่ 6

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบ — ไม่ใช่ภาพงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

เราเองเคยเพิ่มป้ายเมื่อผังอ่านยาก เพราะทำได้เร็วกว่าแก้ลำดับพื้นที่ แต่ป้ายจำนวนมากอาจเป็นหลักฐานว่าอาคารกำลังพูดหลายประโยคพร้อมกัน โดยไม่มีประโยคไหนชัดพอ

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบของโครงการ PF806 มุมที่ 1

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบ — ไม่ใช่ภาพงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบของโครงการ PF806 มุมที่ 2

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบ — ไม่ใช่ภาพงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบของโครงการ PF806 มุมที่ 3

ภาพจำลองการออกแบบ ระยะพัฒนาแบบ — ไม่ใช่ภาพงานก่อสร้างแล้วเสร็จ

คนหลงทางเพราะไม่อ่านป้าย หรือป้ายเกิดขึ้นเพราะพื้นที่ไม่เคยช่วยให้คนเข้าใจเส้นทาง

ผลต่อการออกแบบ คือการทำให้ จุดตัดสินใจ อ่านได้ก่อนถึงจุดตัด ระบบป้ายจึงเป็นชั้นสนับสนุน ไม่ใช่การชดเชยความกำกวมทั้งหมด ป้ายที่ดีควรช่วยคนไปต่อ โดยไม่ทำให้เขารู้สึกว่าความสับสนเป็นความผิดของตัวเอง